ไตรรัตน์ - สุภิญญา ชูประภาวรรณ

ไตรรัตน์ - สุภิญญา ชูประภาวรรณ

“ จากอดีต...นักธุรกิจเจ้าของธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ที่ผันตัวมาทำธุรกิจเอมสตาร์ เพื่อความมั่นคงและเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน จนประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ มาอย่างต่อเนื่อง... ”

     “เราสองคนก็เหมือนคนส่วนใหญ่ทั่วๆไป ที่ถูกสอนว่าให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี เพื่อจะได้จบมาทำงานดีๆ จะได้มีชีวิตที่ดี ดังนั้นเราเองก็เลือกเรียนในสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองในอนาคต ”โดยคุณไตรรัตน์ เลือกเรียนสาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อที่เมื่อจบแล้วจะได้มาช่วยสานต่อและขยายธุรกิจของครอบครัว ทางด้านก่อสร้างและโรงงานผลิตเสาเข็ม สำหรับคุณสุภิญญา ที่สนใจงานด้านสื่อสารมวลชน ก็ตัดสินใจที่จะ เรียนสาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเมื่อเราทั้งคู่เรียนจบ ก็ได้ออกมาทำงาน ตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยคุณไตรรัตน์ ก็เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว จนธุรกิจจากเดิมที่ทำทางด้านการก่อสร้าง ก็เริ่มขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง สำหรับคุณสุภิญญา เมื่อเรียนจบ ก็ได้ไป ทำงานทางด้านสื่อต่างๆ จนสุดท้ายเมื่อเรา สองคนแต่งงานกัน คุณสุภิญญา ก็ได้เข้ามาช่วย คุณไตรรัตน์ ดูแลธุรกิจของครอบครัวด้วยกัน  

ทำไมถึงได้เข้าสู่ธุรกิจเอมสตาร์ ทั้งๆที่ทั้งสองก็มีธุรกิจของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งการได้มีธุรกิจของตัวเองก็ถือว่าเป็นความฝันหนึ่งของคนส่วนใหญ่ ?

     ในช่วงเวลาที่เราทั้งสองกำลังช่วยกันขยายธุรกิจของครอบครัวอยู่นั้น วันหนึ่งก็มีลูกค้าท่านหนึ่งได้เข้ามาพูดคุย เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายยี่ห้อหนึ่ง และพยายามชักชวนเราสองคนให้เข้าไปร่วมประชุม ซึ่งในขณะนั้นเราทั้งสองก็บ่ายเบี่ยง ไม่สนใจที่จะไปเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ก็ได้ช่วยซื้อสินค้าบางอย่างไว้ เพราะความเกรงใจลูกค้าเพราะในขณะนั้น เราคิดว่าเราเองก็มีธุรกิจที่ต้องดูแลอยู่แล้ว เวลาก็ไม่ค่อยมี และเราก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องรายได้ ทำไมเราจะต้องเข้าไปร่วมทำธุรกิจเครือข่ายดังกล่าวเพราะในตอนนั้นเรามองธุรกิจเครือข่าย เป็นธุรกิจที่คงทำรายได้เพียงเล็กน้อยให้กับคนที่อาจจะต้องการมีรายได้เสริม อาจจะเหมาะกับคนว่างงานมากกว่า เราทั้งสองบ่ายเบี่ยงที่จะไปเข้าร่วมประชุมอยู่หลายเดือน แต่ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกค้าที่มาชวน ท่านเป็นถึงเจ้าของธุรกิจก่อสร้าง ที่รับงานก่อสร้างปีหนึ่งก็เป็นพันล้านบาท และท่านก็ยังเรียนสูงถึงขั้นจบปริญญาเอก จนสุดท้ายหลังจากที่ถูกติดตามอยู่หลายเดือน ก็เลยตัดสินใจที่จะไปเข้าร่วมประชุมธุรกิจ ด้วยเพียงเพราะความเกรงใจลูกค้าและคิดว่าถ้าเราไปเข้าร่วมแล้วท่านจะได้ไม่ต้องมาติดตามเราอีก โดยในวันนั้นคุณสุภิญญา ไปเข้าร่วมประชุมเพียงคนเดียว คุณไตรรัตน์ ไม่ยอมไปเข้าร่วมด้วย ภายในงานสิ่งที่ทำให้คุณสุภิญญา เปลี่ยนมุมมองความคิดต่อธุรกิจเครือข่าย ก็คือเรื่องราวต่างๆของผู้ประสบความสำเร็จความยิ่งใหญ่ ความสวยงามของธุรกิจเครือข่าย และผลลัพธ์ที่ธุรกิจนี้ให้ได้นั่นก็คือ “ อิสรภาพทางการเงินและเวลา และชีวิตที่ออกแบบเองได้ ” จนสุดท้ายคุณสุภิญญาก็ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายนั้นโดยคุณไตรรัตน์ ไม่ได้สนใจที่จะเข้าร่วมด้วย

ทำไมคุณไตรรัตน์ ถึงได้เข้ามาร่วมธุรกิจด้วย ในขณะที่ตอนแรก ก็ปฏิเสธและไม่สนใจธุรกิจนี้ ?

     หลังจากภรรยาผมทำธุรกิจนั้นอยู่สักระยะหนึ่ง ในขณะนั้นผมก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าไม่นาน เธอก็คงเลิก ผมก็ทำหน้าที่ไปรับไปส่งภรรยา ตามที่ประชุมต่างๆ จนเวลาผ่านไปเธอเริ่มประสบ ความสำเร็จมากขึ้น ตอนนั้นก็เริ่มแปลกใจว่า ทำไมเธอถึงไม่เลิกจากธุรกิจนี้เสียที จนสุดท้าย ด้วยความอยากรู้ ผมจึงตัดสินใจไปเข้าร่วมงาน ประชุมครั้งหนึ่ง ซึ่งในงานวันนั้นก็ได้เปลี่ยน มุมมองของผมต่อธุรกิจเครือข่ายอย่างสิ้นเชิงแต่ไม่เพียงเท่านั้นหลังจบจากงานประชุมนั้น ผมพยายามหาข้อมูลและศึกษาเพิ่มขึ้นในเรื่องราวที่เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย จนสุดท้ายผมก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความสวยงามและยิ่งใหญ่ของธุรกิจนี้ และมีความรู้สึกว่านี่แหละคือ ธุรกิจที่ต้วเองต้องการและมองหามาทั้งชีวิต เพราะเป็นธุรกิจที่จะให้ความมั่นคงไปถึงลูกหลานได้อย่างแท้จริง

จากการที่ในตอนเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่าย ทั้งสองไม่ได้ทำธุรกิจเอมสตาร์มาก่อน แต่ในภายหลังได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจเอมสตาร์ อะไรทำให้เปลี่ยนความคิดมาเริ่มต้นกับธุรกิจเอมสตาร์อีกครั้ง ?

     ในขณะที่เราทำธุรกิจเครือข่ายเดิมอยู่นั้น เราทั้งสองตั้งใจมุ่งมั่นมากๆ เปิดใจ ยอมเรียนรู้ จนสุดท้ายเราทั้งสองก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จนผ่านไปถึง 8 ปี อยู่มาวันหนึ่งคุณไตรรัตน์ ก็ได้มาคุยให้คุณสุภิญญาฟังว่าได้ศึกษาธุรกิจ เครือข่ายยี่ห้อหนึ่งมาสักระยะแล้ว และรู้สึกว่าธุรกิจนี้ น่าจะตอบสนองต่อความฝันและเป้าหมายในชีวิตได้ ซึ่งธุรกิจที่
คุณไตรรัตน์ กำลังศึกษาในขณะนั้นก็คือธุรกิจเอมสตาร์ แต่ในขณะนั้นคุณสุภิญญา ไม่ได้เห็นด้วยเพราะคิดว่า ธุรกิจเดิม ก็ดีอยู่แล้ว ทีมงานก็ดีอัพไลน์ก็ดี เลยไม่ได้สนใจ แต่คุณไตรรัตน์ ก็ไม่ได้ละความพยายามจนสุดท้ายวันหนึ่งในขณะที่ คุณไตรรัตน์ กำลังดูรายการสัมภาษณ์ คุณหมอลพา วัชรศรีโรจน์ อยู่นั้น คุณสุภิญญา ซึ่งไม่ได้สนใจที่จะดูด้วย แต่ได้ยินเสียงคุณหมอลพา ที่กำลังให้สัมภาษณ์อยู่ในทีวีในขณะนั้น คุณสุภิญญา ฟังอยู่ขณะหนึ่ง ก็มาบอกว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นคนดี มีความตั้งใจที่จะนำสิ่งดีๆ มาให้ผู้คนได้เปลี่ยนแปลงชีวิตจริงๆ ” ดังนั้นในวันต่อมา เราทั้งสองจึงได้ไปลาออก จากธุรกิจเครือข่ายเดิมและเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้งกับ เอมสตาร์ คุณไตรรัตน์ กล่าวว่า

 “สำหรับผม ผมมองเห็นความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายที่เป็นธุรกิจแห่งโอกาสของคนที่มี ความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต สามารถสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว สามารถสร้างอิสรภาพในทางการเงินและเวลาได้อย่างแท้จริงและที่สำคัญสิ่งที่ ธุรกิจเครือข่ายแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปก็คือธุรกิจเครือข่ายที่ดี เมื่อเราประสบความสำเร็จเราไม่ได้ประสบความสำเร็จเพียงคนเดียว แต่เราจะ ต้องช่วยเหลือให้คนอื่นประสบความสำเร็จด้วยซึ่งต่างจากธุรกิจ ส่วนตัวที่ผมเคยทำ เพราะธุรกิจแบบนั้นเราสามารถช่วยเพียงครอบครัวเราให้มีชีวิตที่ดีได้ แต่สำหรับครอบครัวของพนักงานของเรา เราไม่สามารถให้พวกเค้าได้มากกว่าแค่เงินเดือนหรือโบนัสเท่านั้น และสำหรับเอมสตาร์ สิ่งแรกที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้ามาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็คือ ปณิธาณของผู้ก่อตั้ง คือคุณหมอลพา วัชรศรีโรจน์ ที่ท่านตั้งใจสร้างธุรกิจเครือข่ายที่ดี ที่จะเป็นโอกาสของคนทุกๆคนจริงๆ และการที่ได้เห็นคุณหมอพนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ ซึ่งท่านนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในธุรกิจมาถ่ายทอดให้คนไทยเข้าใจในการทำธุรกิจ อย่างถูกต้อง ซึ่งความตั้งใจของทั้งสองท่านเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเชื่อมั่นที่จะเข้า ร่วมในธุรกิจ ประกอบกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่จะนำพาธุรกิจเครือข่ายของคนไทยให้เติบโต ยิ่งใหญ่ไปในระดับโลก และท่านก็สามารถทำได้จริงๆ ทำให้ในปีที่ผ่านมา เราสามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเพียงระยะเวลา 1 ปีกว่าๆ เท่านั้น พวกเราได้สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นมากมายมีไดมอนด์สตาร์เกิดขึ้นร่วม 30 รหัส มีชาวเมียนมาร์มาเข้าร่วมธุรกิจมากกว่า ครึ่งล้านคนและกำลังจะมีมนุษย์เงินล้านเกิดขึ้นในเมียนมาร์อีกหลายรหัส ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงแค่ระยะเวลาปีกว่าๆเท่านั้น และในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เอมสตาร์ ก็สามารถขยายธุรกิจไปที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งผมเชื่อว่า เอมสตาร์ ก็คงประสบความสำเร็จในเวียดนาม ไม่น้อยไปกว่าที่เมียนมาร์แน่นอน

สำหรับ เราสองคนหลังจากที่บรรลุเป้าหมายการเป็นมนุษย์เงินล้านแล้ว เป้าหมายของเราต่อไปคือการสร้างมนุษย์เงินล้านในทีมให้ได้อย่างน้อย 100 รหัส และตัวเรามีเป้าหมายที่จะมีรายได้ที่ $1,000,000 ต่อเดือน ด้วยการสร้างเครือข่ายให้เติบโตไปทั่วอาเซียน และสุดท้ายพวกเราจะนำพาธุรกิจของคนไทย ไปขยายและเติบโตทั่วโลกให้ได้ เราเชื่อว่าเราสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะใน เอมสตาร์ ความสุขทุกสิ่งเป็นจริงได้

สุดท้ายมีอะไรจะฝากสำหรับคนที่สนใจที่จะเริ่มต้นในธุรกิจเครือข่ายมั้ยครับ ?

     สิ่งที่อยากจะฝากสำหรับคนที่สนใจที่จะเริ่มต้นก็คือ ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ ต้องยอมรับครับว่าในอดีตที่ผ่านมา คนที่เข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย บางครั้งตื่นเต้นเพราะมองเห็นโอกาส แต่ก็ทำกันผิดๆถูกๆ บางครั้งก็ไม่ยอมมาเรียนรู้ ทำให้เวลาออกไปสร้างธุรกิจก็จะทำแบบไม่มีความเข้าใจ จนบางครั้งทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจเสียหาย ซึ่งถ้าเราเข้าใจเราจะรู้ว่า “ ธุรกิจเอมสตาร์ก็เป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง ไม่ว่าธุรกิจหรืองานอะไรก็ตามถ้าเราทำแบบไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้ โอกาสสำเร็จก็จะยาก และคนส่วนใหญ่เวลาที่ไม่สำเร็จ ก็จะโทษว่าธุรกิจไม่ดี ต่างจากคนที่เค้าเรียนรู้ ทำจนมีความชำนาญและความเข้าใจ โอกาสสำเร็จก็จะสูงขึ้น ดังนั้นต้องเรียนรู้ เข้าประชุมสม่ำเสมอ ปรึกษาหารือกับอัพไลน์ที่มีความเข้าใจ ในธุรกิจจริงๆ โอกาสที่จะสำเร็จก็จะเป็นไปได้ ”