ชุดาธาร นิลวงค์

ชุดาธาร นิลวงค์

ผู้สปอนเซอร์ :

อาชีพ :

วันที่สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ :

     สุขใดไม่เท่า การมีความสุขภาพที่แข็งแรง ดังคำกล่าวว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” หากเรามีความสุขภาพไม่แข็งแรง 3 วันดี 4 วันไข้ ทำงานไปหยุดไป เป็นใครก็คงทุกข์ ที่ทำงานที่ไหนก็คงเขม่นเป็นพิเศษ คงยากที่จะมีบริษัทไหนยอมรับและเข้าใจได้ กับการทำงานได้ไม่เต็มที่ของคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ผลที่ได้รับ คือรายได้ที่หดหายแถมต้องมีค่าใช้จ่ายรักษาตัวเองเพิ่มขึ้นอีก ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ เฉกเช่นคุณชุดาธาร นิลวงศ์ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับเอมเมอร์รัลด์สตาร์ เดิมที่เคยทุกข์ใจเพราะสุขภาพไม่ดีและความไม่แน่นอนในด้านการงาน แม้ว่าจะมีรายได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่โชคชะตายังเข้าข้างเธอ ที่วันนี้เธอได้มาพบทางสว่างที่ เอมสตาร์ในที่สุด

 

ต้นทุนชีวิตที่น้อยนิด

     คุณชุดาธาร นิลวงค์ เกิดที่ ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน เธอเป็นลูกคนสุดท้อง ฐานะทางครอบครัวค่อนข้างขัดสน ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำมาตลอด   

     เมื่ออายุได้ 10 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษและเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแก่งคอย คุณหมอบอกว่าที่เป็นไทรอยด์ก็เพราะ ขาดสารไอโอดีน ซึ่งสารอาหารเหล่านั้นมักจะอยู่ในอาหารทะเล

 

คุณหมอจึงแนะนำให้ทานอาหารทะเลเยอะๆ พอดีพ่อกับแม่ได้ย้ายเข้าไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ แม่จึงพาเธอไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าสภาพร่างกายยังไม่พร้อมที่จะทำการผ่าตัดได้ ให้รับประทานยาไปก่อน ผลจากโรคไทรอยด์เป็นพิษนี้ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงส่งผลให้ เธอขาดเรียนอยู่บ่อยๆ

     พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คุณครูจึงแนะนำว่า ให้หยุดพักรักษาตัวเองก่อน “ดิฉันก็กินยารักษาโรคไทรอยด์มาตลอด พร้อมกับทำงานรับจ้างทั่วไปแถวบ้านวันละ 35 บาท แต่ดิฉันทำงานไม่ค่อยไหวร่างกายไม่เอื้ออำนวยทำให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว” ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก ไม่ว่าที่ไหน ที่ใครบอกว่าดีช่วยรักษาโรคไทรอยด์ให้หายได้ แม่ก็จะพาชุดาธารไปรักษาทุกหนทุกแห่ง

จนได้ไปพบกับคลีนิกหมอแห่งหนึ่ง ซึ่งเขียนป้ายว่ารักษาโรคทั่วไป และรักษาโรคไทรอยด์ด้วย เธอรักษากับคุณหมอประมาณ 6 เดือน จึงได้ผ่าตัด สาเหตุที่ผ่าตัด เพราะตาของเธอ มีอาการอักเสบบวมโปนออกมา  หลังผ่าตัดแล้วเธอก็กินยารักษาลดอาการบวมของตามาตลอดอีกประมาณ 4 เดือน “หมอบอกว่า ตาของดิฉันจะโปนบวมอยู่อย่างนี้ คงไม่ยุบได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว”

คุณชุดาธาร ใช้เวลารักษาโรคไทรอยด์มาเป็นเวลา 8 ปีเต็ม แม้เคยผ่าตัดแล้ว แต่ไม่หายขาด ช่วยให้ได้เพียงแค่นั้น ร่างกายที่ไม่แข็งแรงเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกทุกข์และมีความกังวลอยู่ตลอดเวลา

ชีวิตต้องฝ่าฟัน

     วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสเข้าทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งการทำงาน ต้องผลัดเวรเข้ากะ ทำอยู่ 3 ปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะเธอก็ทำงานกับบริษัทนี้มาก็นานพอสมควร แต่เหตุผลที่ได้รับ คือ ทางบริษัทมีสวัสดิการที่พักให้ฟรีแล้วจึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเพิ่มค่าแรง ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้เธอคิดว่า ต่อให้ทำงานขยันแค่ไหน ระยะเวลานานแค่ไหน ค่าแรงก็คงเท่าเดิม โอกาสที่เธอจะลืมตาอ้าปากหลีกหนีความจนได้นั้นคงยาก เพราะค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

     เธอจึงจึงไปสมัครงานที่ใหม่ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับเซรามิก เธอตั้งใจว่าจะทำงานทุกวัน ระยะเวลา 5 ปี ไม่เคยขาดลามาสายสักครั้งและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่ถึงปี ก็มีโครงการเลิกจ้าง ทางบริษัทได้เชิญพนักงานเข้าไปพบหัวหน้าทีละคน เพื่อนๆ ร่วมงานต่างทยอยออกจากงาน เพราะถูกเลิกจ้าง คุณชุดาธารก็ได้แต่สงสารเพื่อนเหล่านั้นตลอดเวลา

     พอ 1 อาทิตย์ผ่านไป ก็ถึงคิวของเธอ ที่ต้องไปพบหัวหน้าฝ่ายการผลิตหัวหน้าเริ่มต้นด้วยการถามสารทุกข์สุกดิบ พร้อมเสนอทางเลือกถ้าได้เงินก้อนหนึ่ง คิดว่าจะไปทำอะไร “ตอนนั้นดิฉันรู้แล้วว่า กำลังจะถูกเลิกจ้าง ความรู้สึกมืดแปดด้านเกิดขึ้นทันที” แต่หัวหน้าถามต่ออีกว่า อยากเอาเงินก้อนหรือจะทำงานต่อ ซึ่งตอนนั้นเธอขอทำงานต่อ เพราะคิดว่า 50,000 บาท ที่ได้มา ถ้าใช้ไม่เป็นเดี๋ยวก็หมด การตัดสินใจทำงานต่อครั้งนั้น ทำให้เธอพัฒนาตนเอง ขยันตั้งใจทำงานจนได้เป็นพนักงานดีเด่นมาตลอด

     หลังจากเกิดเหตุการณ์เลิกจ้างนั้น เธอเริ่มมองเห็นความไม่แน่นอนในชีวิตที่เกิดขึ้น รายได้เป็นสิ่งสำคัญมาก หากขาดรายได้ชีวิตคงแย่ เธอจึงตั้งใจหาช่องทาง ที่จะสร้างรายได้เพิ่มจากการทำโอทีและขายบัตรโทรศัพท์ รวมถึงขายแผ่นดีวีดีในโรงงาน ในช่วงเวลาพักกลางวันและหลังเลิกงาน เพราะทำงานมา 15 ปี มีรายได้แค่ 5,800 บาท เก็บเงินก็ไม่ค่อยได้ แถมหนี้สินก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อโอกาสเบิกทางสว่าง

     วันหนึ่ง คุณสงกรานต์ พรมโยธาได้มาเปิดโอกาสธุรกิจเอมสตาร์ให้กับเธอ แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ชอบธุรกิจขายตรงแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธและสมัครไว้ เพราะเกรงใจ คุณสงกรานต์ ก็ชวนเข้าเซ็นเตอร์และเข้าคอร์สอย่างต่อเนื่อง “ดิฉันไม่ชอบ ไม่อยากไป เพราะคิดว่าทำโอทีได้เงินมากกว่า”

 

จากการติดตามชักชวนอย่างต่อเนื่องของคุณสงกรานต์ ทำให้เธอยอมเข้าไปฟังธุรกิจและเกิดความรู้สึกประทับใจ ในบรรยากาศที่อบอุ่น

จากการเข้าประชุมทำให้เธอทราบว่า น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว อาจจะช่วยบรรเทาอาการที่เธอเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ลดอการตาโปนได้ “ดิฉันจึงทดลองซื้อน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมาลองกินดู ทำให้ระบบการเต้นของหัวใจที่ผิดปกตินั้นดีขึ้นและรู้สึกว่าตาที่เคยโปนนั้นยุบลงทำให้ดิฉันเริ่มเปิดใจกับธุรกิจมากขึ้น” เธอตัดสินใจลงมือทำ มีรายได้เดือนแรก 750 บาท แต่การได้เข้ามาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการพัฒนาเพิ่มขึ้น ระยะ เวลาพียง 1 ปีครึ่ง เธอก็สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งแสนบาทต่อเดือน

 

     ดิฉันจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำแต่หัวหน้าไม่เห็นด้วย พยายามคัดค้าน แต่ดิฉันไม่เชื่อเพราะสินค้าของเอมสตาร์เป็นสินค้าที่ดีและเป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน โอกาสประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้าในชีวิตและมีฐานะที่ดีขึ้น มีความเป็นไปได้และมีตัวอย่างให้เห็น

การตัดสินใจที่แน่วแน่

     หลังจากลาออกทำให้เธอมีรายได้จนสามารถนำไปใช้หนี้ได้ทั้งหมดร่วม 350,000 บาทและยังสามารถซื้อรถโตโยต้าคัมรี่ ไฮบริดป้ายแดงให้ตัวเองได้อีกหนึ่งคัน อีกทั้งยังได้ท่องโลกกว้างกับเอมสตาร์หลายประเทศ อาทิ เกาะบาหลี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สิ่งที่ได้รับนี้เกิดจากการตัดสินใจทำธุรกิจเอมสตาร์แค่ระยะเวลา 30 เดือน เท่านั้น

“ดิฉันได้พัฒนาและเรียนรู้ในสังคมที่ดีที่ชื่อว่า เอมสตาร์ ซึ่งเป็นครอบครัวที่ใหญ่มากและอบอุ่นเสมอเท่าที่เคยพบมา เอมสตาร์สอนให้รู้จักการให้ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม”

 

“ขอขอบคุณ คุณทัตธัญวรัตม์ และคุณวรัตถ์นิธิศ อาจธัญญกรณ์ เป็นกำลังใจและให้แนวคิด ให้ความรู้เปรียบเหมือนพ่อและแม่คนที่สองของดิฉัน ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกแบบอย่างความสำเร็จทุกพลังของทีมงานและทุกความฝันที่ผลักดันให้ดิฉันสามารถเติมเต็มทุกความฝันให้เป็นไปได้ ด้วยธุรกิจเอมสตาร์"